ภาพยนตร์ที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงในเมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมริแลนด์ เมื่อปี 1949 เมื่อมีพิธีไล่ปีศาจในร่างของ ร็อบบี มานน์ไฮม์ เด็กชายอายุ 14 ปี อันเป็นเรื่องราวโด่งดังจนทำให้ วิลเลียม ปีเตอร์ บลาตลี ต้องหยิบยกเหตุการณ์นี้มาเขียนเป็นนิยายสยองขวัญในปี 1971 ดูซีรี่ย์เน็ตฟิก
หนังสร้างจากหนังสือที่อ้างอิงจากเรื่องจริง ว่าด้วยเด็กสาววัย 12 ปี หน้าตาน่ารัก ชื่อ เรแกน (แสดงโดยดาราเด็ก ลินดา แบลร์) ที่ถูกปีศาจเข้าสิง หนังแทบทั้งเรื่องเป็นเรื่องของการไล่ผีโดยบาทหลวงสองรูปสองวัย ที่ใช้เทคนิควิธีการต่างๆ ทั้งขู่ทั้งปลอบ ทั้งไม้แข็งไม้อ่อน ทั้งสวดภาวนาและขู่เข็ญ แต่เพราะผีที่สิงเมแกนช่างโหดเหี้ยมและเป็นอวตารของปีศาจจากขุมนรกอันชั่วร้าย บาทหลวงทั้งสองรูปพบว่า พลังของบทสวด พลังของศาสนจักร และพลังแห่งศรัทธาทั้งหลายแหล่ที่พร่ำสอนกันมาว่าเอาชนะความชั่วร้ายทุกอย่างได้ กลับไม่สามารถทำปัดเป่าผีร้ายให้ออกจากร่าง ไม่แม้แต่จะทำให้มันระคายเคือง ปีศาจเล่นงานเมแกนแบบวายป่วง ทั้งทำให้หน้าตาเธอเละเหมือนศพ ทำให้เธอพ่นเมือกเขียวใส่คนรอบข้าง บิดหัว หักคอ กระแทกเธอกับเตียง และกระทำการลบหลู่ไม้กางเขนอย่างอุจาดตา ฉากผีสิงเรแกนที่หนังดีไซน์มาอย่างละเอียด เป็นหนึ่งในสาเหตุที่หนังโดนแบนจากหลายประเทศ ทำให้หนังอื้อฉาวและถึงขั้นถูกมองว่าเป็นหนังต่อต้านศาสนาและสรรเสริญพลังของผีห่าซาตาน ฉากเหล่านี้เป็นฉากที่ทารุณจิตใจคนดูขวัญอ่อนอย่างที่หนังผีสมัยใหม่ยังทำได้ไม่ดิบและไม่แรงเท่า
ภาพในหนังอาจจะดูรุนแรง และยิ่งรุนแรงเพราะเหยื่อในที่นี้คือเด็กผู้หญิงวัย 12 ปี ที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ผู้เขียนเชื่อว่า หนังเรื่องนี้คงสร้างในสมัยนี้ไม่ได้ ด้วยค่านิยมในสังคมอเมริกาที่เปลี่ยนไป) แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าภาพที่เราเห็น คือการที่หนังทำให้เห็นความล้มเหลวของศรัทธา และลิดรอนรากฐานของความเชื่อในศาสนาคริสต์จนเปลี้ยง่อย เมื่อบาทหลวงทั้งสองจนมุมและตกเป็นเบี้ยล่างให้กับพลังดึกดำบรรพ์ที่ควบคุมไม่ได้ อเมริกาในปี 1973 ที่หนังออกฉาย ยังเป็นช่วงเวลาของความสั่นคลอนทางศีลธรรม เมื่อความชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ ถูกแสดงออกให้เห็นตำตา ทั้งคดี Watergate ของประธานาธิบดีนิสัน ทั้งความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม ทั้งความวิตกต่ออาชญากรรมและอำนาจมืดต่างๆ และสภาพสังคมที่ยังหาแสงสว่างไม่เจอ เหล่านี้ทำให้ปีศาจใน The Exorcist เป็นทั้งปีศาจจริงๆ และเป็นภาพแทนของความตกต่ำทางศีลธรรมที่แม้แต่นักบวชและศาสนาซึ่งน่าจะเป็นผู้ไถ่ถอนชำระบาป กลับไร้พลังความสามารถ ล้มเหลวแม้แต่ในความพยายามจะช่วยเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
รับรองได้ว่า ถึงเวลาจะผ่านไป The Exorcist ยังคงความขนลุกขนพอง ความน่าเกลียดน่ากลัว และทำให้คนดูหนังที่ว่าจิตแข็งนักหนาต้องหวั่นไหวไปกับภาพ เสียง และอารมณ์ถาโถม อิทธิพลของหนังยังส่งต่อมาถึงทุกวันนี้ในฉากสยองขวัญของหนังหลายๆ เรื่อง ทั้งไทยและเทศ ทั้งฉากบิดหัว ฉาก “สะพานโค้ง” และฉากไล่ผีที่อึมครึมและอึดอัด ไม่มีหนังผีเรื่องไหน ที่ไม่คารวะ หรืออยู่ใต้เงาสะพรึงของ The Exorcist
No comments:
Post a Comment